พัฒนาบุคลิกภาพ

บุคลิกภาพที่ดีทั้งภายนอกและภายใน จำเป็นมากแค่ไหนที่ต้องเข้าคอร์สเพื่อพัฒนา ?

บุคลิกภาพที่ดี เริ่มต้นด้วยการพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองทั้งภายนอก และภายใน หรือที่เรียกว่า Good Personality เป็นการปรับบุคลิกภาพในสังคมสากล ซึ่งเป็นหนึ่งในความน่าสนใจสำหรับทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีอาชีพที่จำเป็นต้องใช้ทักษะการพูดการเจรจา ปิดการขาย และออกไปพบปะผู้คนมากหน้าหลายตาเป็นประจำ ผู้ที่ทำงานตำแหน่งสูง ๆ เช่น ผู้บริหาร ที่จำเป็นต้องศึกษาเรื่อง การวางตัวในสังคม ไปจนถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่าง ๆ เช่น วงการบันเทิง เป็นต้น การพัฒนาบุคลิกจะช่วยทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ สร้างเสน่ห์ แถมยังช่วยสะท้อนความรู้สึกและอารมณ์ร่วมต่อผู้ที่พบเห็น สิ่งเหล่านี้อาจจะยากหากเราต้องหาโอกาสเพื่อเข้าไปเรียนรู้ด้วยตนเอง เราจึงมีคอร์สอบรมบุคลิกภาพที่ตอบโจทย์ผู้ที่อยากปรับบุคลิกให้มีเสน่ห์ในเวลาอันรวดเร็ว

พัฒนาบุคลิก

ประโยชน์ของการพัฒนาบุคลิกภาพ

ในเชิงจิตวิทยาแล้ว บุคลิกภาพเป็นเหมือนผลของการแสดงออกถึงพฤติกรรมหลาย ๆ อย่างของบุคคลนั้น ๆ สะท้อนออกมาเป็นลักษณะทางกายภาพ และความรู้สึกนึกคิดเราจึงจำเป็นต้องมี การปรับปรุงบุคลิกภาพภายในควบคู่ไปด้วย การสร้างบุคลิกภาพที่ดีไม่ว่าจะเป็น บุคลิกภาพการเดินที่ดี เช่น การไม่เดินหลังค่อม ทักษะการพูดการสื่อสาร การนั่ง และมารยาททางสังคม ล้วนส่งเสริมบุคลิกสร้างเสน่ห์ได้อย่างมากเลยทีเดียว
ดังนั้นให้เข้าใจตรงกันว่าการสร้างบุคลิกที่ดี จะเป็นตัวช่วยเพิ่มศักยภาพในด้านต่าง ๆ นำไปสู่ความประทับใจ และทำให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และยกระดับภาพลักษณ์องค์กรได้มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

การสร้างบุคลิกภาพที่ดี เริ่มต้นจากอะไรบ้าง ?

องค์ประกอบของบุคลิกภาพ คือ พฤติกรรมภายนอกที่ถูกแสดงออกมา ถือว่าเป็นบุคลิกที่มาจากความสัมพันธ์ระหว่างนิสัยส่วนตัวที่พยายามสะท้อนออกมาให้คนอื่นเห็น แต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป บุคลิกภายนอกที่เห็นจะเชื่อมประสานระหว่างกายกับใจ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการเรียนปรับบุคลิกภาพ หากมีบุคลิกภาพในสังคมสากลที่ดี ก็ย่อมช่วยให้จิตใจยกระดับขึ้นตามมา โดยมีหลักในการเสริมสร้างพัฒนาบุคลิกภายนอกให้ดูเป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น มีวิธีการพื้นฐานเบื้องต้น คือ

1. กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบตามหลักโภชนาการ 5 หมู่ เพื่อช่วยให้ร่างกายสมส่วนดูดี ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
2. การหมั่นบริหารร่างกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นมีความยืดหยุ่น นำไปสู่ความว่องไว ดูคล่องตัว มีสุขภาพที่แข็งแรง
3. พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรใช้ร่างกายหนักจนเกินไป เมื่อเสร็จจากการทำงานตลอดทั้งวันแล้ว ควรแบ่งเวลาส่วนตัวไปกับการนอนหลับและผ่อนคลายตัวเองให้ได้มากที่สุด

ประโยชน์ของการพัฒนาบุคลิกภาพ

การปรับปรุงบุคลิกภาพภายในต้องเริ่มจากอะไร

การสร้างบุคลิกภาพที่ดีนั้นเริ่มจากการปรับปรุงจากภายในจิตใจ เพราะบุคลิกภาพที่เราเห็นและแสดงออกมานั้นคือสิ่งสะท้อนออกมาจากภายในจิตใจ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกที่เชื่อมโยงกับทางกายดังที่กล่าวไปข้างต้น ความคิดที่เกิดขึ้นจากบุคลิกส่วนตัว จะมีผลต่อการดำเนินชีวิต และแสดงออกมา หากเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง มีความเชื่อมั่นในตัวเอง จะช่วยให้เกิดความกล้าแสดงออก ดูเป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือ เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย เป็นข้อดีที่จะทำให้ผู้คนรู้จัก ปรับตัวเข้ากับสังคมได้ทุกรูปแบบมากขึ้นด้วย ตัวอย่างบุคคลที่มีบุคลิกภาพที่ดีแบบยกตัวอย่างเป็นอาชีพ เช่น แอร์โฮสเตส พิธีกร เป็นต้น โดยหลักในการพัฒนาตัวเองจากภายใน มีพื้นฐานหลัก คือ

1. ปรับเปลี่ยนมุมมองความคิด อย่าคิดลบกับตัวเอง มั่นใจว่ามีความสามารถมากพอที่จะทำงานต่าง ๆ ได้ ซึ่งนั่นหมายถึงการยอมรับในความสามารถของตัวเองให้มากขึ้น อย่าคิดว่าตัวเองต่ำต้อย จนเกิดเป็นปมปัญหาในการเข้ากับสังคม และการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพตามมาเพราะความเชื่อฝังใจ
2. สร้างความกระตือรือร้นให้ตัวเองเป็นคนที่มีความ Productive อยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยทำให้การทำงานต่าง ๆ สำเร็จผลออกมาได้อย่างสมบูรณ์มากที่สุด
3. การใช้คำพูดที่สุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน มีความร่าเริงแจ่มใสผสมผสานอยู่ด้วยกัน ไม่ใช้คำที่ดูหยาบคาย และไม่ควรเป็นคนพูดมากจนเกินไป พูดเฉพาะแค่ที่จำเป็น และดูสถานการณ์ด้วยว่าแบบไหนควร หรือไม่ควรพูดออกมา
4. การรู้จักยับยั้งชั่งใจ เป็นคุณสมบัติที่ดีที่ส่งผลไปจนถึงบุคลิกภาพภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการอดกลั้นอารมณ์โกรธ โมโห อารมณ์ต่าง ๆ ในด้านลบที่จะมีผลต่อตัวเองและผู้อื่น ใช้ความสงบเยือกเย็นมาแทนที่จะดีกว่า

การเข้าคอร์สเรียนปรับบุคลิกภาพจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ?

คอร์สอบรมบุคลิกภาพ มีเพื่อเสริมบุคลิกสร้างเสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพด้านการนั่ง ปรับบุคลิกภาพการเดิน ทักษะการพูด และการวางตัวในสังคม ถ้าจะตอบว่าการเข้าคอร์สเพื่อปรับเปลี่ยนบุคลิกทั้งภายนอกและภายในของตัวเองให้ดูดีมากขึ้นนั้นมีความจำเป็นมากแค่ไหน เราบอกได้ว่าจำเป็นมาก เพราะ บุคลิกภาพที่ดี คือ การเปิดประตูโอกาส หลาย ๆ อย่างในชีวิต การเข้าคอร์สปรับบุคลิกภาพเพื่อช่วยเสริมพัฒนาการให้กับท่าทางภายนอก และภายในร่วมกัน ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีอย่างมาก เปิดโอกาสให้เราได้รู้วิธีเบื้องต้นในการแต่งกาย การวางตัว และการพูดคุยกับผู้อื่น
บุคลิกภาพที่ดี โดยสรุปแล้วไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพทางด้านใดก็ตาม เมื่อผ่านการเรียนรู้ เราจำเป็นต้องมีการฝึกฝนเป็นประจำเพื่อเปลี่ยนให้เป็นนิสัย การออกไปทำความรู้จักผู้คนใหม่ ๆ หรือออกเดินทางบ่อย ๆ คือการเปิดโอกาสให้ตนเองได้เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ ได้พบเจอผู้คนหลายรูปแบบ สิ่งนั่นแหละคือสิ่งที่เราจะนำเอาความรู้ที่ได้จากการเรียนคอร์สปรับบุคลิกภาพมาใช้ นำไปสู่การวางตัวได้อย่างถูกกาละเทศะ และมีบุคลิกที่ดีและเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาที่ต่าง ๆ นั่นคือเสน่ห์ที่ใคร ๆ ก็อยากจะมี

งานอีเว้นท์

การจัดงานอีเว้นท์ให้ดูมืออาชีพ ต้องรู้จักเลือก MC ให้เหมาะสมด้วย

การ รับจัดงานอีเว้นท์ ในยุคสมัยนี้ ถ้าอยากสร้างความโดดเด่นให้ตัวเองมากขึ้น ก็จะต้องรู้จักการสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ ให้มีความทันยุคทันสมัย และแน่นอนว่ายิ่งการหยิบยกเอาเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานด้วยแล้ว ยิ่งทำให้รูปแบบของงานดูน่าตื่นตาตื่นใจ ประทับใจคนที่ได้พบเห็นมากขึ้นไปอีก

เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเหล่า ออแกไนซ์จัดงาน และกลุ่ม mc ทั้งหลาย ที่ต้องทำหน้าที่อย่างมืออาชีพ จะยิ่งช่วยเสริมทัพให้การจัดงานราบรื่น และดูสมบูรณ์แบบไม่ติดขัดตามมา

เกมนันทนาการ

เตรียมตัว MC อย่างไรให้พร้อมสำหรับงานพิธีกร?

การทำหน้าที่เป็นออแกไนซ์จัดงาน จะต้องพยายามคัดสรรพิธีกรที่เหมาะสมสำหรับงานต่าง ๆ มาให้พร้อม ดังนั้นการบ้านหลักที่เหล่านักจัดงานจะต้องทำ คือการศึกษาทำความเข้าใจคนที่เข้ามาภายในงานอีเว้นท์ที่จัดขึ้นด้วยว่า วัตถุประสงค์หลักของการเดินทางมางานนี้ เพื่ออะไร จะได้นำไปใช้เป็นสคริปให้กับพิธีกรได้เตรียมพร้อม สังเกตลักษณะพื้นที่ตั้งจัดงาน ตำแหน่งไหนที่เหล่า mc ต้องเดินผ่านเพื่อหยุดและพูดอธิบาย

หากการจัดงานเหล่านั้นเป็นการจัดออกร้าน หรือออกบูธของร้านรวงต่าง ๆ เมื่อพอทราบข้อมูลคร่าว ๆ ของการจัดการงานแล้ว พิธีกรจะต้องเตรียมตัวเป็นคนดำเนินงานต่าง ๆ บอกเลยว่าไม่ใช่แค่การพูด แต่ต้องคอยแนะนำ กำกับ และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนที่เดินทางมาร่วมงานด้วย

หัวใจสำคัญในการทำหน้าที่เป็นพิธีกรของงานต่าง ๆ

หน้าที่ของงานพิธีกรที่สำคัญ ต้องเป็นทั้งผู้ฟังและผู้พูดที่ดี สอดแทรกได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละจังหวะ ให้สอดคล้องกับกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในงานตามลำดับ เช่น มีการแจ้งกำหนดการ, แจ้งรายละเอียดของตัวงานในแต่ละช่วงเวลา, ทำหน้าที่แนะนำผู้แสดง, อภิปราย, กล่าวทักทาย หรือการทำหน้าที่เป็นนักพูดระดับอาชีพในกิจกรรมที่จะต้องเชื่อมโยง ให้คนฟังเกิดความรู้สึกคล้อยตาม และอื่น ๆ อีกมากมาย

คนทำหน้าที่นี้จะต้องมีคุณสมบัติอย่างเหมาะสมมากที่สุด เนื่องจากมีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่าที่คนทั่วไปจะเห็น ซึ่งดูเหมือนว่างานนี้จะง่าย แต่เอาเข้าจริงแล้ว หน้าที่ของนักพูดที่ดี จะต้องลงลึก ใส่ใจข้อมูล มีการสอดแทรกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เชื่อมโยงอีเว้นท์ในงานกับเรื่องราวต่าง ๆ ไปจนถึงการสอดแทรกมุขตลกอย่างเป็นธรรมชาติ

คุณสมบัติของพิธีกรที่ต้องมีเพื่อให้งานอีเว้นท์ไม่แป๊ก

งาน mc คือ งานที่มีรายละเอียดอยู่มาก อย่างที่กล่าวไปข้างต้น บุคลิกของคนที่ต้องทำหน้าที่นี้ ซึ่งทุกคนในงานจะคอยฟัง และเชื่อถือในคำพูดมากที่สุด คุณสมบัติของการเป็นพิธีกรที่ดี จึงต้องมีบุคลิกที่ดูภูมิฐาน แต่งกายสะอาดตา เรียบร้อย เหมาะสมกับรูปแบบของการจัดงาน มีอัธยาศัยที่ดี เป็นคนใจเย็น รู้จักการใช้จังหวะพูดที่เหมาะสม ไม่พูดช้าหรือเร็วเกินไป พูดด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส อ่อนหวาน และสุภาพ

การใส่ใจกับลำดับพิธีการในงาน เช่น กำหนดการ ไปจนถึงการพูดที่จะต้องเชื่อมโยงเข้าสู่พิธีการต่าง ๆ ในแต่ละขั้นตอนได้อย่างเหมาะสมกับช่วงเวลา ยิ่งเป็นหัวใจหลักที่จะช่วยให้งานที่ออกมาดูดี กระบวนการจัดงานเป็นไปอย่างราบลื่นไม่มีสะดุด

ไม่ว่าจะเป็นงานสไตล์ไหน บอกเลยว่าถ้าเลือก MC มืออาชีพ เข้าใจกระบวนการทำงาน ใช้ภาษาที่ต้องพูดได้ถูกต้องไม่ผิดเพี้ยน มีความใส่ใจกับการทำหน้าที่พิธีกร และการเตรียมพิธีการต่าง ๆ โดยหน้าที่ของพวกเขาจะต้องทำการบ้านด้วยสคริปมาให้พร้อม อาจมีแบ่งหัวข้อหลักจดมาสำหรับวันงานบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าจะยืนถือไมค์ก้มอ่านกระดาษตลอดเวลาโดยไม่จ้องสบตาใครเลย แบบนี้จะทำให้งานดูไม่ค่อยน่าสนใจ

ด้วยรูปแบบที่จะต้องเกิดขึ้นเช่นนี้ จึงเป็นเหตุผลที่เราควรเลือกบริการผู้จัดงานที่มีประสบการณ์มาช่วยเหลือจะดีกว่า หากเพื่อนสนิทหรือคนที่อาสา ไม่เคยมีความรู้มาก่อน งานที่มีขนาดใหญ่ และคนเดินทางมาจำนวนมาก ยิ่งเป็นจุดสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องเรียกใช้บริการจัดงานจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

การ รับจัดงานอีเว้นท์ มีหัวใจสำคัญที่ไม่ใช่เพียงแค่การจัดงานให้ดูสวยหรูเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือการที่พิธีกรผู้เป็นคนดำเนินงานจะต้องทำการบ้านมาให้พร้อมอย่างละเอียด อีกทั้งต้องรู้จักกับคนที่เดินทางมา ว่ากลุ่มคนเหล่านี้อยู่ในไลฟ์สไตล์ไหน เพื่อช่วยให้การพูดเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม เพียงเท่านี้งานอีเว้นท์ก็จะปังได้ไม่ยาก หมดกังวลปัญหาความไม่พร้อม หรือการลำดับงานที่ผิดพลาด จนทำให้เสียบรรยากาศตามมานั่นเอง